Lefora Free Forum

vaohama's Blog

Male, 38, Koh Samui Thailand
Member For: 6 months, 3 weeks
Posts: 2
Admin of: Danai Forum.
Top Post By vaohama (most thumbs up):

No posts received thumbs up, next time you see a good one, give some respect and thumb it up.

Recent Posts by vaohama:

Welcome Message to New Members

May 4, 2009 by vaohama

ไม่ได้มีอะไรมาก มันก็แค่เรื่องของ กูเท่านั้น

ว่าด้วย เรื่องของกู

May 4, 2009 by vaohama


Mr. Danai Thongsin

IT Manager @ Six Senses Hideaway
IT Special list ดูเหมือนตากล้อง ....ใช่ แต่ไม่ใช่.....
Support Hotel Application and IT Project
ถนัดที่สุด เห็นจะเป็น ด้าน Network and Security
เริ่มบันทึกความทรงจำเมื่อ วันที่ 25 มีนาคม 2552

Software

Micros - Fidelio Call accounting, Back office, Windows, Linux, Software ที่อยู่ใน Internet
ลองมาหลากหลาย
ISA Server, Email Server, Firewall, VOIP, VMWARE, VPN, VDO Converter, Remote ทุกตัว
อีกตัวที่กำลังปล้ำอยู่ Veritas Backup Server แม่งยากชิบ ขอดูซักครั้ง ขอแค่ครั้งเดียว
Fidelio Opera ก็เหมือนกัน ขอดูแค่ครั้งเดียว ขอนายย้ายไป ดูแลที่อื่น ดันมาถามเราว่า เคยใช้ Opera ใหม
ไม่อยากจะบอกว่า อ่อนหัดถามมาได้ ไม่เคย แต่จะเคยให้ดู เจ็บใจจริง
ขอโทษที ไม่ได้เรียนในด้านนี้ (ตู) มาเป็น IT Manager ด้วยสมองของตูเองจริงๆ แค่กระดาษใบเดียว Certificate ไม่สามารถทำให้ เก่งได้
ขอโทษที จบ ม. 6 โรงเรียนวัด(เขมาภิรตราราม) อย่างผม ทำได้หลากหลายกว่า ปริญญาอย่างหลายๆท่าน ขอโทษทีไม่ได้ ว่าใคร.......
Danai Resume012009
Danai Resume012009...
Hosted by eSnips

ชีวิตการทำงาน

หลัง จากจบ ม. 6 ชีวิตเริ่มต้นจากการทำงานเป็นลูกจ้างน้าสะไภ้ เป็นโรงงานตัดเสื้อผ้า เป็นพนักงานปั้มกระดุม 555 ยังจำได้แฮะ กับพนักงานขายเสื้อผ้า สวนจัตตุจักร
มันดีแท้ ทำได้ ซัก 5-6 เดือน ก็เปลี่ยนมาเป็น พนักงาน Toshiba ตึกแดงถนนวิภาวดี เป็นศูนย์บริการ ของโตชิบา แผนก แพ็คตู้เย็น มันเป็นบ้า เงินเดือน พันกว่าบาท
ทำได้ประมาณ เกือบปีจำไม่ได้แล้วนานมากๆ แต่ก็รู้สึกสนุกดี ที่ได้ทำงาน
หลังจากนั้นงานต่อไปก็ ได้กลายเป็นลูกน้องช่างซ่อมรถยนต์น้อยๆ แถวบ้าน งานนี้โดนแบบงานช่างจริงๆ

แล้วชีวิตก็เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

คุณลุงบำเพ็ญ กีระกจินดา พี่ชายคนโตของแม่ (ซึ้งขณะนี้ท่านได้ถึงแก่กรรมแล้ว) ที่มีพระคุณกับครอบครัวและกระผมเป็นอย่างยิ่ง ท่านเป็นอดีตทหารเรือ และ เป็นนำร่อง และท่านได้สารฝันของผมให้เป็นจริง ท่านให้ผมไปสมัครเป็นพนักงานประจำเรือ บริษัท จุฑานาวี จำกัด ตำแหน่ง บริการ เรียกง่ายๆว่า บอย บริการนายประจำเรือ ครั้งแรกที่เห็นเรือเดินทะเล อะไรกันนี้ มันใหญ่มาก สูงเท่าตึก 3-4 ชั้น ยาวประมาณ 80 - 100 เมตร เรือชื่อ จุฑาชนาทิพ

โชคดีจังยังมีรูปอยู่
และ แล้ว ผู้ชายตัวเล็กๆ อายุตอนนั้น 19 ปี ก็ได้เดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งแรก ครั้งแรกที่ได้ยินเค้าคุยกันว่า เรือเดินทางไป ประเทศ ญี่ปุ่น ดีใจแทบตาย
ต่อ... วันเรือออก จากท่าเรือคลองเตย...จำได้ว่า เป็นโกดัง 1 หลังจากหันหัวเรือออกปากล่องแล้ว ก็ถึงเวลางานจริงๆ หน้าที่ ในแต่ละวัน เช้าตื่นมากวาดถู พื้นเตรียมอาหารเช้า เสริฟนายประจำเรือ กัปตัน ต้นกล ต้นเรือ ต้นหน รองต้นกล นายวิทยุ(ขี้เมา) ที่สาม .....รวมนายเรือได้ซัก 11 คน ลืมไปมี นายช่างไฟด้วย บางเที่ยวเรือนายพาเด็กไปด้วย ก็ต้องดูแลกันไป หลังจากเรือออก วันแรก ตื่นเช้ามาก็ อ้วกแตก แดกอะไรไม่ได้ซะแล้ว แต่งานก็ต้องทำ ถูพื้นไป อ้วกไป แทบจะเอาถังแขวนคอ ล้างส้วมทุกวัน อยู่เรือ โคตรจะทรมาณ 7 วัน ครับท่านผู้อ่าน 7 วัน อันตราย เกือบตายคาเรือ อ้วกเกือบทุกวัน แม่งเมื่อไหร่จะถึงฝั่งซักที วันที่ 7 ใจแทบขาด ตื่นมาตอนเช้า ไม่มีเสียงเครื่องจักรใหญ่ดัง ได้ยินแต่เสียงเครื่องปั่นไฟ มองออกไปทางหน้าต่าง โอ้วพระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก เรือจอดแล้ว กลางอ่าว ก่อนเข้าท่าเรือ Misumi เมืองทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เรือเข้าเที่ยบท่า ประมาณ 8-9 โมงเช้า เอาล่ะว่ะ ขอข้าได้เหยียบ ญี่ปุ่นบ้างล่ะทีนี้ อ้วกมาหลายวันแล้ว ระหว่างนั้น มองไปรอบๆ ประเทศเค้าสะอาดมาก สะอาดที่รู้สึกได้แต่ยังไม่ได้เหยียบแผ่นดินเค้าเลยด้วยซ้ำ วันนั้น จำได้ว่า ประมาณ 7 โมงเช้า มีเจ้าหน้าที่ขึ้นมาตรวจเรือ และตรวจความสะอาด ตรวจโรค และสินค้า ต่างๆ พร้อมทั้ง ออกใบ Show part สำหรับ Seaman ด้วย ผมก็ได้มา 1 ใบเหมือนกัน เช้าวันนั้น ทำงานได้อย่างมีความสุขมาก งานเช้าเสร็จแล้ว เดี๋ยวเรือเทียบ ขึ้นฝักได้เลย 555 ไม่ต้องเข้าเวร เหมือนคนอื่นๆ บายๆ เรือเทียบ เรายังแต่งตัวไม่เสร็จเลย มอกไปนอกหน้าต่าง ด้านเรือเทียบ เห็นชายคนนึง กำลังเดินออกไปหน้าท่าเรือ เค้าคือ "กัปตัน" โอ้แม่เจ้า ไว้แท้น้อ กิจกรรมที่ชาวลูกเรือ และแม้กัปตัน ขาดไม่ได้ คือ การเล่น ปาชิงโก๊ะ
 

มันประมาณนี้แระ


เป็น การพนันชนิดนึงของคน ญี่ปุ่น เป็นตู้ไฟฟ้า มีลูกเหล็กวิ้งข้างใน เวลามันลง จะไปหมุน เบอร์ ถ้าตรงกัน 3 ตัว (ตอง) ก็ ได้ตังค์ ประมาณนี้
โอ้ โห นายเรือไปลิ้วๆเลย Misumi เป็นเมืองที่ เงียบสงบ และหน้าอยู่มาก เพื่อนคนญี่ปุ่นคนแรก ของผม ก็อยู่ที่นี่แหละครับ เป็น เจ้าของโรงเรียนแถวนั้น แก่มากแล้วตอนนี้คงกลับบ้านเก่าไปแล้ว ท่านชื่อ Yamaguji san (Iwao Yamaguji sense) เป็นอาจารย์ ที่นับถือของคนแถวนี้ด้วย วันนั้น เดินชมเมือง ผ่านบ้านแก ท่านเดินออกมา ชวนเข้าไปในบ้าน คุยกันไม่รู้เรื่องซักคำ ไบ้แดกครับนาย แต่ขอโทษ เข้าบ้านแก ก็เมานะซิ มีแต่ขวด สาเก ฟาด กัน 2 คน หมดไป 1 ขวด (ลิตร) จะบ้าตาย สาเกร้อน กินมันแฮะ ดีที่ไม่ใช้หน้าหนาว เพราะวันนั้น กลับเรือ เกือบ ห้าทุ่ม เกือบโดน คุกทะเล

บ้าน คุณ Iwao Yamaguji


โหลด สินค้าที่นี่ประมาณ 3-5 วันเห็นจะได้สินค้ามาที่นี่ส่วนใหญ่เป็น แป้ง กับ น้ำตาล เรือออกจาก ท่าเรือ Misumi จะไป ต่อที่ท่าเรือ KOBE แหล่งบรรเทิง เชียวแหละ


KOBE
โกเบค่อนข้างเป็นเมือง ใหญ่ทั้งเมืองมีแต่ตึก กับรถไฟ เมืองสวยไปอีกแบบ
ที่ นี่เป็นแหล่งรายได้หลักของลูกเรือ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่คนญี่ปุ่นเห็นว่าเก่า เห็นว่า ไม่ดี นั่นแหละครับ รายได้หลัก เก็บครับ ขนไปขายที่บ้านเราเป็นแถวๆ ไม่ใช่แค่ลูกเรือไทยเท่านั้น ลูกเรือทุกลำที่มาที่ KOBE ต้องมาแวะ Shopping ที่นี่ทุกชาติไป แม้ เรือ ฝรั่ง และ เรือ รัสเซีย จะตีกันเพราะแย่งกันเก็ฃบ ขยะญี่ปุ่นนี่ก็หลายครั้ง ส่วนใหญ่ จะเป็นมวยไทย กับ ฟิลิปิน ลูกเรือไทยเรียกไอ้ ผิน เมาแล้วกวน ส้นท้าว
เจอรูปเก่าๆ

บรรยากาศ ในห้องพักลูกเรือ วันนั้น มี ไอ้ระ ไอ้โจ(เสียไปแล้ว) ไอ้จักร์ กับใครไม่รู้ จำชื่อไม่ได้

หน้าตู้กดน้ำ ที่ Kobe ครับ มีตู้กดบะหมี่ พร้อมน้ำร้อน หล้าเบียร์ ครบ แถมโต๊ะ นั่งเม้า เข้ากัน เข้ากัน
ท่าเรือต่อไป Kagoshima Next Port Kagoshima Pier
เพื่อนที่พาเที่ยว ภูเขาไฟ

บ้านเข้าแหละคุยกันก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง




ไปภูเขาไฟ เสร็ย ก็อย่างที่เห็น คนญี่ปุ่ณทำงานหนังเครียส์


รูป นี้คนยืนกลางโคตรเท่เลย มีคนบอก ไปเที่ยว ชม ภูเขาไฟกัน สวยมาก เสียดายหารูปไม่เจอ อยู่ที่เพื่อนคนญี่ปุ่น ตอนนี้ หาตัวกันไม่เจอแล้
โอ้เมืองทั้งเมือง ไม่ค่อยมีอะไร ไกล ขยะก้ไม่มีให้เก็บ ไป ต่อ port หน้าดีก่า

ท่าเรือ ในฝัน Yokohama จำง่าย ชื่อคล้าย Yamaha

ที่ ว่า เมืองในฝันเพราะ ตอนสมัยเด็กๆ เห็นรูปที่ติดฝาบ้านเป็นรูปวิว ภูเขาไป ชื่อ ฟูจิยามา สวยมาก คิดว่ามาถึงคงได้เห็น เรือจอดที่ท่าเรือ โยโกฮามา ท่าเรือชื่อ Yamashita futo
อ่านต่อ.......วันหน้าครับ   .......(25/03/2009)
มาแระ ต่อวันล่ะนิดละหน่อยนะงานเยอะ ...................บันทึกเมื่อ (30/03/2009)
ว่ากันต่อ ท่าเทียบเรือที่เมือง โยโกฮามา Yamashita Futo เป็นเมืองใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว อากาศไม่ต้องพูดถึง เดินจากท่าเรือไปแหล่งบันเทิงได้สบายๆ แบบไม่มีเหงื่อซักหยด จากท่าเรือ จะออกสู่แหล่งบันเทิงนั้น จะบอกให้เอาบุญ ตลอกทางที่เดินออกมา จนถึงหน้าท่าเรือ มีแต่คนตกปลา เต็มไปหมด ใช่........แต่.........จะว่าไปก็ไม่ใช่ ด้านขวามือมีคนตกปลา เป็นทอดๆ ห่างกันประมาณไม่เกิน 50 เมตร ด้านทางซ้ายมือนั้น จะมีรถจอดอยู่เป็นประจำ เชือเถอะครับนั่นแหละ Costom หรือ ตม เฝ้าอยู่แค่คุณ เดินจะออกไปนอกท่าเรือ เค้าก็จะเข้ามาขอตรวจ บัตรว่าเป็นลูกเรือจริงไหม จะออกไปทำอะไร อย่าได้ตีสนิท ไม่มีทาง ดุอย่างกับหมา ขอบอก อย่าคิดว่าเราฉลาดกว่า เชียวที่บางครั้งแกล้งปล่อยเราออกไปนะ มีคนตามอยู่เสมอๆ สังเกตุให้ดี .............ออกนอกท่าเรือแล้ว ไชโยจากท่าเรือ โยโก ด้านซ้ายมือเป็นทางขึ้นสะพาน โยโก เป็นสะพานแขวน มองจากท่าเรือ เวลากลางคืนสวยมากๆ น่าเสียดายตอนนั้นไม่มีกล้องเป็นของตัวเอง ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่ๆ
บรรยากาศ เมือง Yokohama
สะพานยามค่ำคืน สวยมากจริงๆไม่ได้โม้

Fuji Yama (บันทึกวันที่ 2 เมษายน 2552) ต่อ
สวย อย่างที่คิดไว้ไหม หาไม่เจอรูปที่เคยเห็น บรรยากาศ ของรูปที่ทำให้เกิดประกายความอยากจะมาเหยียบ รูปประมาณว่า หนองน้ำยามเช้ามีหมอกลงค่อนข้างหนาถ่ายออกมาได้ชัดมากคล้ายๆ ถ่าย Marco พร้อมทั้งบรรยากาศ ที่มองเห็น ภูเขาไฟฟูจิ

Yokohama มีอะไรกันบ้าง ที่เด่นและทุกคนน่าจะรูจัก China Town ว้าวๆๆๆๆ ถนนคนจีน เป็นเมืองจีนล็กๆ ทางผ่านเข้าสู่ มหกรรม Pachingo และ แหล่งบันเทิง วันแรกที่ออกจากท่าเรือ เค้าใช้จักรยานกันครับขอบอก เหมือนเดิมครับ ที่เห็นนำหน้าไปนะ "กัปตัน" มิบังอาจที่จะเอ๋ยนาม ท่านเป็นกัปตันที่น่ารักมาก รักลูกน้องทุกคน ขอล่วงหน้าไปก่อน ผมหรือครับ เดินเรามี กัน สองคน "นาย โจ" เพื่อนที่ดีที่สุด เป็นเพื่อนร่วมงาน วงการเดียวกัน ครับ เด็กบริการนายเรือ (บริการเสริฟนะ) ออกจากท่าเรือ เลี้ยวขวา ไปทาง สวนสาธารณะ Yamashita park วันรุ่นเยอะมาก ขอโทษ เราคนไทย หยิ่งครับ ถามอะไรตูก็ไม่ตอบ เพราะ ตอบไม่รู้เรื่อง ผ่านหน้า park ข้ามถนน เดินไปเรื่อยๆ จะเจอ สนามกีฬา ของเมือง Yokohama ส่วนใญ่ที่นี่ใช้แข่ง yakiw หรือ เบสบอล นั่นแหละ ตลอดทางเดืน เห็นแต่เงินเต็มไปหมด (ก็ขยะที่เค้าทิ้งแหละครับ) มาบ้านเรา เป็นเงินทั้งนั้น ครั้งแรกที่ มา yoko เราไม่ได้สนใจเรื่อง นั้นซักเท่าไหร่ แค่อยากเห็น ความเป็นอยู่ อยากเห็น ความสวยงามของตัวเมือง ที่นี่มี หอชมเมือง ความสูงประมาณ ตึก 30 ชั้น (มั้ง) รู้แต่ว่าสูง เพราะ ขึ้นมาแล้ว แต่ต้องตอนดึก ถึงจะสวย และแล้วก็ถึงทางเข้า China Town โอ้วตื่นตา ตื่นใจ แดงตลอดทางไม่ต้องห่วง

China Town


China Town เดินผ่านทางนี้แหละครับ จากต้นซอยถึง ทางออกจากซอย เดินแบบ ชิวๆ ชมเมือง ซัก 10 - 15 นาที หมายเหตุ ถ้าวันนั้น ไม่มีงานนะครับ วันงาน อาจเดินเป็นชั่วโมงขอบอก คนอย่างกับหนอน ครั้งนึง อันนี้เป็นเรื่องราวที่เป็น โรบินฮูส อยู่ที่ ญี่ปุ่น (กลัวลืม ข้ามก่อน) จะบบอว่า China town นั้น ชื่นชมได้ แต่ขอร้อง ร้านอาหาร ที่ไปรอต่อคิว เป็นชั่วโมงๆ นั้น อยากได้หลงเข้าไปเชียวครับ สุนัข ไม่รัปทาน หรือ หมาไม่แดก นั่นแหละ (เอา ข้ามกลับ)

Seaman Club

Seaman Club อยู่ที่ โยโกนี่แหละครับ


พอ เดินพ้นผ่าน China Town แล้วก็มองเห็นไฟแว๊ปๆ แล้ว เดินอีก ประมาณ 10 -15 นาทีก็ ถึงเป้าหมาย ร้านแรกที่เห็นอย่าเข้าไป กัปตันอยู่ 555 ไม่รู้จะรีบไปใหน ถัดไปอีกซัก ร้าน สอง ร้าน จะตายไหม เอาล่ะ แลกตังค์ไว้ 20000 เยน ผลานซะให้หมด อย่ากระนั้นเลย ร้านที่ สามนี่แหละ เข้าประตูแรก โอ้แม่เจ้า เจอ "ต้นกล" ไม่ต่างอะไรกับ กัปตัน หรอกครับ ทั้งตำแหน่งหน้าที่การงาน และ กิจกรรม นั่งหน้ามึดอยู่ สงสัยโดยไปหลายตังค์ เราก็เลย ไม่เล่น ออกไปเดินชมเมืองดีกว่า ขอบอกว่า ตลอดทางกดเบียร์ เดินดื่มได้ตั้งแต่ หน้าท่าเรือ จนถึงตัวเมือง ไม่พร่อง Happy สุดๆ หิวก็ กด มาม่า ตอนนั้นสูบบุหรี่ด้วย มันมีทุกยี่ห้อ ดีที่ไม่มี กรองทิพย์ Yokohama เป็นอีกเมืองในฝัน ที่สวย และสะอาดมาก อยู่เรือ 3 ปี เหยียบ เมืองนี้ เป็น 10 ครั้ง ตอนอยู่ที่ ญี่ปุ่น ก็ยังแวะเวียนมาเหยียบ

ท่าต่อไป Nagoya

จำไม่ค่อยได้ อาจเรียงท่าเรือผิด เอาเป็นว่า เป็นเมืองท่าที่ผ่านก็แล้วกันนะจ๊ะ
นา โกย่า เมืองอุตสาหกรรม หนัก โรงงาน หลากหลายเมืองนี้ นอกจาก Pachingo กับ ร้านขายของ นอกนั้นเป็น ลานจอดรถ รอการส่งขึ้น เรือขนส่งทั้งนั้น กว้างขวางมากๆๆๆ สรุปแล้ว เมืองนี้เป็นเมืองสำหรบกักตุน สะเบียงเรือ และ สะเบียง เบียร์ ตุนครับ ตุน ยามเดินทาง

ดูได้จากความวุ่นวาย


แล้วก็จำต้องจาก Japan ท่าเรือสุดท้ายมักจะเป็น ท่าเรือ ภูซาน ประเทศ เกาเหลา เอ้ย เกาหลี(ใต้) น

Busan (Pusan) City


บรรยากาศ ก่อนเข้าเทียบท่า อย่างนี้เลย
แหล่งออก เรือน ออกเรือนครั้งแรกก็ที่นี่แหละ ครับ สนนราคา 1,500 บาท เรือไทยส่วนใหญ่จะมารับ เหล็กที่นี่ เป็นแหลงนำเข้า ส่วนลูกเรือ ส่วนใหญ่ก็จะมาเสีย พระวรกายกันที่นี่แหละครับ ทั้งสุรา นารี และเป็นแหล่ง ซื้อของฝากที่มีคุณค่า "โสมเกาหลี" รองเท้าชั้นนำ  (Copy)  และ ตุ๊กตาตัวโตๆ เป็ของฝากก่อนกลับ ล่ะครับ คิดดูดิ เงินเดือน จะเหลือไหม กูล่ะหน่าย
การเดินทางทั้ง สามปีก็มักจะวลเวียนอยู่ในแต่ล่ะท่าเรือ ที่ได้พูดถึงแหละครับ ไม่ค่อยมีท่าเรือ อะไรนอกจากนี้ นอกนั้น ก็จะเป็นการทำงานบนเรือ ความตื่นเต้น แทบทุกการเดินทาง  วันนั้นเราเดินทางเข้าหา พายุกลางทะเล สาเหตุเพราะความ "เมา"ของนาย วิทยุ ไม่ได้รับข่าวอากาศ วันนั้น พวกเรา ตายกันไปหมดแล้ว 40% โชคดีที่ เรามี กัปตัน และ พนักงานหลายๆท่านที่มีประสบการณ์ ขอโทษครับ หนีทัน เราต้องหันหัวเรือหนีพายุ เข้าไปขอหลบที่ หมู่เกาะ อิโดนิเซีย ครั้งนั้นเป็นแค่ หนึ่งครั้งของเหตุการณ์ เกือบตาย ใครไม่โดน คงไม่รู้หรอกครับว่า วันนั้น คลื้นสูงขนาดใหน ความกลัว และ ความกล้า แยกออกได้อย่างเห็นๆ ผมเดินขึ้นชั้น บนสุดของเรือ ไปดูเรือโต้ คลื้น ได้คุยกับกัปตันเรือ (ก็คนเดิมที่เจอบนฝักแหละครับ) ผมถามท่านว่า กลัวไหม ไม่เมาคลื่นหรือ ครับ ท่านบอกว่า "เมา และ กลัว เหมือนผม แต่แสดงออกไม่ได้" ผมเข้าใจเลย มองออกไปทางหน้าต่าง เห็นแต่ หัวเรือ ฟันคลื่นอยู่ ตลอด สูงเท่าไหร่ไม่แน่ใจ แต่ผมยืนไม่ติดเลยครับ กว่าจะพ้น คลื้นพายุ เกือบแย่

เพื่อนกิน บนเรือ

รูป ที่อยู่ด้านบน เป็นบรรยากาศ ในห้องพักลูกเรือ ห้องน้ำใช้รวมกัน ในห้องแค่บ ไม่มาก หรือ อีกในนึง กว้างไม่มาก ในห้องมี เตียง มีแอร์ มีอ่างล้างหน้า ตู้เสื้อผ้า เป็นอุปกรณ์ ประจำห้องพัก นอกนั้น หามาใส่เอง ก็จะเป็นพวกเครื่องเสียง TV VDO สมัยที่ยังไม่มี เครื่องเล่นแผ่น CD
ผม เป็นคนนึงที่ สร้างวัฒนธรรม การปิดเที่ยวเรือ  หรือ  The end of voyage  คือการหาเรื่องกินเหล้า ก่อนเรือเทียบท่าที่ เมืองไทย ตอนนั้น ผมเป็นคนริเริ่ม จากวันนั้น ถึงวันนี้ วัฒนธรรมการ ปิดเที่ยวเรือ ไม่รู้มีใครสานต่อไหม วันสุดท้ายของเทียวเรือ วันนั้นเรือมาถึงปากล่อง (ล่องน้ำ ที่ปากอ่าวไทย ก่อนเข้า สมุทรปราการ) นายวิทยุ แจ้งว่า ท่าเรือไม่ว่าง เข้าเทียบไม่ได้ อีกหนึงกิจกรรมดีๆ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกแล้ว  เรือทิ้งสมอที่ปากอ่าว 1 คืน กิจกรรม ตกปลาหมึก ก็เริ่มขึ้น พร้อมกับ การแช่ เบียร์  ท้ายเรือ เป็นแหล่ง ตกปลาหมึกที่ แหล่มที่สุด เสียดายที่ เรือสูงไปหน่อย แต่ก็ ได้ปลาหมึกเป็นกลับแกล้ม ไม่ขาดสาย เหลือได้เก็บตากแห้งไว้ทานได้หลายวัน ขอบอก ปลาหมึกสด สุดยอดของความอร่อย ตกขึนมา ล้างน้ำ หั่นจิ้ม น้ำิ้ม Sea food ที่พี่ อ็อด(ขี้เมา) ทำวันนั้น เกือบ สว่าง แยกย้ายกันไปนอน ห้องใครห้องมัน ก็ประมาณ ตี 3 โทษที เรือเข้าเทียบ ก่อน 8 โมงเช้า ถอนสมอ ตี 4 สมาชิก ช่างเครื่องเกื่อบแย่ ดีตอนนี้เราเป็น "บอย" อยู่ สบายไป แต่ก็ต้องตื่น ตี 5 กวาดถูพื้น เตรียมอาหารเช้า ก็เกือบแย่

เรือเทียบท่าแล้ว ไชโยได้กลับบ้านบ้างแล้ว

มี เพื่อนร่วมงานอีกคน ที่ชื่อ "นาย โจ" เราสอง คนผลัดกันหยุดกลับบ้าน เรือเที่ยบท่าเรือ คลองเตย อยู่เรือ อีกคืน (จัดการของเซ็งลี้ก่อนี้) กลับบ้านค่ำๆ รถไม่ค่อยติด ก็ถือโอกาศ เที่ยวแถวท่าเรือก่อน มีอยู่ร้านนึง ชือ ร้าน ร้อยเยน เป็นคล้ายๆ เด็กนั่งดื่มแหละ โอ้ยลูกเรือ ชนาทิพ มีตังค์ (จากการขายขยะแหละ) วันแรก ไม่เสียตัวขอโทษ อยากกลับบ้าน มีเด็กมาติดคนนึง แต่ก็ยังไม่กล้า เพราะตอนนั้น ยังไม่ค่อยเป็น จีบใครก็ไม่เป็น เรียกว่า ยังเด็กๆแหละ เค้ายังไม่ถึง 20 เลย กลัวได้เด็ก หลังจากนั้นอีกไม่นาน มันก็ตามมาที่เรือ เรือจอดเป็นแวะเวียนเข้ามา ดูมันทำ ดีที่มาหาเองเลยไม่ต้อง เสียตังค์ 555 ประจานตัวเองเป่าหว่า สาวเจ้าวนเวียนอยู่ซัก 4-5 เดือน ก็จากไปเพราะ มาเจอ ใครอีกคนในห้อง เวรล่ะซิ ใครเลยอยู่แถว ท่าเรือ จะรู้จัก บางกระบัว เด็กฝั่ง ตรงข้ามท่าเรือ ออกหากิน กันแถวนั้นแหละ ชื่อ น้องนารี ........... อยู่ในหัว เรือราวทั้งหมด ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ตอนนั้น ทำงานเดินเรือได้ ซัก ปี นึงแล้วหลังจาก ที่ป้วนเปี้ยน รอชวนเพื่อน ไปกินเหล้า วันนั้น เรือจอดที่ ท่าเรือ คลองเตยนัดเพื่อนสมาชิกไปสังสรร ที่หน้าท่าเรือ นายช่างใหญ่ประจำบริษัทเห็น นึกว่าเราสนใจงานช่าง ต่อไปอีก 2-3 เที่ยวเรือเราก็เลย ได้ขึ้นไปเป็น ช่างยต์ ดูดิ ความรู้เท่าหางอึ่ง ชีวิตเปลี่ยนไปซะงั้น.........พอก่อน ไว้วันหน้าจะมาเขียนใหม่ (02/04/2009)